วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2560

การป้องกันและกำจัดเรือดในโรงแรมและที่พักอาศัย

















 ปัญหาใหญ่ของการให้บริการที่พัก 

คือความสะอาด และปลอดภัย จากตัวเรือด ไม่ว่าโรงแรมนั้นจะกี่ดาว  ตัวเรือด  สามารถเกิดได้ทุกที
เรามาดูวิธีป้องกันและกำจัดเพื่อให้ที่พักนั้นเป็นที่สะอาดปลอดภัย 
และ เป็นที่วางใจของผู้รับบริการตลอดไป 

การป้องกันกำจัดเรือด โดยผู้ที่เกี่ยวข้องหลักคือ 

  •  บุคลากร/เจ้าหน้าที่ของโรงแรม ได้แก่ ผู้จัดการแผนกแม่บ้าน แม่บ้าน ผู้ทำความสะอาดห้องพัก และ ช่างซ่อมบำรุง
  •  ผู้ให้บริการกำจัดแมลง ทั้งระดับผู้จัดการ หัวหน้าผู้ควบคุมงาน และเจ้าที่ภาคสนามผู้ปฏิบัติงานกำจัดแมลง

ขั้นตอนในการดูแล


- การตรวจดูห้องพัก เครื่องนอน ที่นอน เพราะการตรวจพบแต่เนิ่นๆ คือหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาตัวเรือด เพื่อป้องกันตัวเรือดลุกลาม ไปทั่วบ้านหรือ โรงแรม โดย


- มองหาตัวเรือด ตามตะเข็บฟูก หลังหัวเตียง ช่องว่าง และรอยแตกของกรอบเตียง และ
กำจัดสิ่งของที่ตัวเรือดสามารถเข้าไปซ่อนอยู่ได้ เช่น เฟอร์นิเจอร์เก่า กองเสื้อผ้า หรือผ้าห่ม และผ้าปูที่นอนเก่าที่วางทับๆ กันอยู่ โดยวิธี ต่างดังนี้ 



 1.ใช้เครื่องพ่นไอน้ำร้อน (Steamer) ฉีดพ่นกำจัดเรือดใน บริเวณที่พบ ซึ่งจะทำให้ตัวเรือดตายเมื่อสัมผัสไอน้ำที่มี อุณหภูมิสูงอย่างน้อย 60o C (จะเป็นช่วงที่ไอน้ำผ่าน ออกมาจากปลายท่อไม่เกิน 2.5 ซม.) 



2.ซักเสื้อผ้าและชุดเครื่องนอนในน้ำร้อน และอบด้วยความร้อนสูงนานกว่า 20 นาทีเพื่อฆ่าตัวเรือด แม้แต่ช่วงที่เป็นไข่

3.เก็บเสื้อผ้าให้สะอาด ชุดเครื่องนอนในถุงพลาสติกสะอาดใบใหญ่เพื่อป้องกันตัวเรือด

4. อุดรอยรั่วและรอยแตกต่างๆ ที่ตัวเรือดสามารถซ่อนอยู่ได้ โดยเฉพาะในห้องนอน

5.ดูดฝุ่นรอยแตกตามซอกเตียง ที่ตัวเรือดอาจซ่อนอยู่ พรมรอบเตียง รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่สงสัยว่าอาจมีตัวเรือด

6.หลังจากดูดฝุ่นทำความสะอาด ให้ทิ้งถุงผงลงในถุงพลาสติกอีกใบที่ปิดสนิท และนำทิ้งให้ไกลจากบ้านของคุณ





7.ถ้าใช้สเปรย์กำจัดตัวเรือด ต้องฉีดพ่นให้โดนตัวเรือดมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้



8.หลังจากใช้สเปรย์ฉีดจนทั่วแล้ว ให้ตรวจสอบสม่ำเสมอว่ายังพบตัวเรือดอีกหรือไม่ (อาจต้องฉีดสเปรย์ซ้ำทุกๆ 2 เดือน)



 ขั้นตอนต่อไป คือการดูแลและบำรุงรักษา

 - ดำเนินการปรับปรุงห้องพัก โดยการรื้อทำลายแหล่งหลบซ่อน ของเรือดที่มีอยู่ทั้งหมด เช่น ใต้เตียง รอยขาดของวอลล์เปเปอร์ รอยต่อระหว่างหัวเตียงกับผนังห้อง รอยต่อระหว่างไม้บัวที่ พื้นกับผนังห้อง และซ่อมแซมปรับปรุงใหม่โดยใช้ซิลิโคน (Silicone) หรือกาวยางยาอุดแนวรอยแตกเหล่านี้เพื่อไม่ให้เป็นที่หลบซ่อนของตัวเรือดอีกต่อไป

- ใช้เครื่องทำความร้อน (Heater) อบห้องให้มีอุณหภูมิ ภายในห้องสูง 50o C เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง หรือที่อุณหภูมิ 60o C เป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง


 

- ขั้นตอนสุดท้ายก่อนการปูชุดเครื่องนอน เลือกใช้อุปกรณ์ชุดเครื่องนอนที่จะมาปกป้องตัวเรือด หรือไรฝุ่นที่อาจตกค้างบนที่นอนอีกชั้นเพื่อความปลอดภัย      


ขอบคุณ: เอกสารวิชาการจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์


                          บจก.มายดรีมเบดดิ้ง


วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

3 ขั้นตอนในการทำความสะอาดใส้นวม

3 ขั้นตอนในการทำความสะอาดใส้นวม
1.เตรียมความพร้อมในการตรวจสอบความสะอาดก่อนซัก  
2.ขั้นตอนการการซัก 
3.ขั้นตอนการทำให้แห้งและเก็บ 

1.เตรียมความพร้อมในการตรวจสอบความสะอาดก่อนซัก
1.1 อ่านฉลากวิธีการใช้และดูแลรักษา ใส้นวมควรมีป้ายกำกับดูแลที่มีคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการทำความสะอาด ไม่ควรทำนอกเหนือไปจากที่ป้ายกำกับบอกเพราะอาจเกิดผลเสียได้


1.2 ควรศึกษาดูว่าใส้นวมควรซักทำความสะอาดได้บ่อยแค่ไหน หากมีคราบเลอะไม่เยอะควรทำความสะอาดเฉพาะจุดได้หรือไม่(ดูขั้นตอน สำหรับการรักษารอยเลอะเปื้อนคราบ

1.3 ตรวจดูความแข็งแรงของการเย็บ ว่ามีรอยขาดหรือไม่ และควรซ่อมแซมก่อนการลงเครื่องซักเพื่อป้องกันไม่ให้มีรอยขาดเพิ่มขึ้น



1.4 ขจัดคราบสกปรก บางจุดก่อนเอาผ้าลงเครื่องด้วยเบคกิ้งโซดา หรือ ถ้าไม่เลอะเป็นรอยใหญ่สามารถทำความสะอาดได้โดยไม่ต้องซักทั้งผืน เช่น การใช้ผงซักฟอกเฉพาะจุด ใช้น้ำยาฉีดไปที่เลอะ และใช้มือขยี้จนสะอาดจากนั้นใช้ผ้าขนหนูมาเช็ดคราบออกและเป่าให้แห้ง 

2.ขั้นตอนการการซัก 

2.1นำใส้นวมใส่ลงไปซักในถังพร้อมทั้งเฉลี่ยน้ำหนักให้เท่ากันโดยพื้นที่ถังซักต้องเพียงพอต่อการหมุนทำความสะอาด โดยเป็นอาจเป็นถังซักใหญ่หรือเครื่องซักแบบ
เปิดด้านหน้า


2.2 ตั้งโปรแกรมการซัก การเลือกอุณหภูมิของน้ำ เป็นส่วนสำคัญในการป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อเส้นใย โดยดูวิธีการซักตามคำแนะนำการใช้ เป็นน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น เช่น ถ้าต้องการที่จะต้องการใช้การซักแบบน้ำร้อนเพื่อกำจัดไรฝุ่นควรเลือกน้ำร้อนเกิน130องศา  หรือ ถ้าเกรงว่าตัวสีผ้าจะเสียหายก็ซักด้วยน้ำเย็นและใช้วิธีการอบแห้งด้วยความร้อนได้อีกขั้นตอนนึง


2.3 เพิ่มรอบการล้างเป็นพิเศษ กรณีที่รู้สึกไม่สะอาดพอหรือใช้การทำงานเริ่มต้นใหม่หลังจากรอบแรกเสร็จเรียบร้อย



2.4ใช้ผงซักฟอกในปริมาณที่น้อยและมีความปลอดภัยสำหรับเส้นใยที่ละเอียด หรือเลือกผงซักฟอกที่มีฟองน้อยเพื่อช่วยลดฟองในเครื่องไม่ให้มีมากเกินไป


3.ขั้นตอนการทำให้แห้งและเก็บ
3.1นำลูกเทนนิส หรือรองเท้าผ้าใบ(ที่สะอาด) ใส่ลงไปในเครื่องที่มีใส้นวมเฉลี่ยน้ำหนักให้เสมอกัน ลูกเทนนิสจะช่วยให้การปั่นแห้งได้กระจายตัวสม่ำเสมอกัน


3.2 อ่านคำแนะนำของเครื่องในการตั้งค่าความร้อนว่าควรใช้เวลาเท่าใด ทั้งนี้กรณีที่ต้องการใช้ความร้อนสูงเพื่อกำจัดไรฝุ่น ต้องรับทราบด้วยว่าลูกเทนนิสจะไม่ทนต่อการตั้งค่าความร้อนสูง




 3.3 กรณีที่อบด้วยความร้อนสูงในทุก30นาทีของการปั่นอบแห้งควรดึงใส้นวมออกมาจากเครื่องและสะบัดเพื่อช่วยการรักษาตัวใส้นวมและตรวจสอบการแห้งกรอบของผ้า



3.4 ขั้นตอนสุดท้าย นำผ้าออกมาผึ่งลมที่ราว ยิ่งถ้ามีแดดด้วยยิ่งดี เพราะจะช่วยทำให้ผ้าหอมแดดและป้องกันโรคราน้ำค้างได้ นอกจากนี้แสงแดดยังช่วยป้องกันไรฝุ่นได้ดี โดยขั้นตอนนี้สามารถทำได้ตั้งแต่การเสร็จน้ำสุดท้ายเสร็จ โดยไม่ต้องอบแห้ง และหมั่นเข้าไปกลับผ้าเพื่อให้ใยไม่กองไปในทีเดียวหรือเพื่อให้ได้รับแสงแดดโดยทั่วๆ และเก็บไปใช้ได้ทันทีหรือพับเก็บเรียบร้อยตอนที่ยังหอมแแดด



เคล็ดลับTips

*ปกป้องใส้ผ้านวมจากฝุ่นและสิ่งสกปรกด้วยปลอกผ้านวม ซึ่งสามารถนำออกไปทำความสะอาดได้ง่าย
*ดูคำแนะนำในการใช้ ซึ่งบางครั้งถ้าเป็นใส้นวมประเภทขนอ่อนของเป็ดจะให้ซักด้วยมือเท่านั้น
*เป็นไปได้ควรนำผ้าออกมาผึ่งแดดบในตอนเช้าบ่อยๆ ซึ่งจะช่วยป้องกันความชื้นป้องกันราราน้ำค้างได้
*อ่านคำเตือนการใช้น้ำยาฟอกขาวซึ่งจะสร้างปัญหาต่ออายุการใช้งานของเส้นใย อย่างไรก็ตามสารฟอกขาว
  จะมีประสิทธิภาพต่อการกำจัดไรฝุ่นและสิ่งสกปรกที่ซักไม่ออก ก็ควรพิจารณาในการใช้ที่ไม่บ่อยเกินไป




แหล่งอ้างอิง

www.wikihow.com
www.mydream-bedding.com


วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559

สัญลักษณ์ การชูนิ้วต่างๆ สำคัญอย่างไร (ตอนที่ 1 )

สัญลักษณ์ การชูนิ้วต่างๆ สำคัญอย่างไร (ตอนที่ 1 )

อยากทำความเข้าใจความหมายของการชูนิ้ว เพราะถ้า ชูนิ้วสุ่มสี่สุ่มห้า สุ่มเสี่ยงกับการเรียกแขกโดยไม่รู้ตัว

ชูนิ้วโป้ง

ชูนิ้วโป้ง 1 นิ้ว : ทั่วไปก็คือ Thumbs up ยกย่อง-เยี่ยมไปเลย

                       และ  ยกหัวแม่โป้ง 2 ข้าง Two Thumbs up  โอ้ว จอร์จ  มันยอดเยี่ยมกระเทียมดองเลยอันนี้คือธรรมดามากๆพื้นๆเห็นบ่อยๆทำเองบ่อยๆ แต่..... ถ้าไปเผลอยกใส่ใครในญี่ปุ่น นิ้วนี้จะถูกลดความหมายไปทันที เพราะคนญี่ปุ่นเขาจะเริ่มนับกันที่นิ้วชี้ก่อน
ตามด้วยนิ้วกลาง นาง ก้อย แล้วปิดท้ายด้วยนิ้วโป้ง หมายถึง เธอเก่งอันดับ 5 นะ
และถ้าไปที่ออสเตรเลีย การชูนิ้วโป้งนี่อันตรายมาก เพราะมันมีความหมายหยาบคายทำนอง “Kiss M y Ass” เทียบแล้วก็คือท่าชูนิ้วกลางในบ้านเราขืนไปชมใครด้วยนิ้วนี้ อาจได้รองเท้า (พร้อมเท้า) เป็นรางวัล ก็ได้นะนายทั่น

                                                        ชูนิ้วกลาง

ชูนิ้วกลาง      ไม่ต้องอธิบายความเยอะ ที่ไหนก็คิดเหมือนกัน คือหยาบคาย ทะลึ่ง เหมือน ยกนิ้วโป้งที่ออสเตรเลียนั่นล่ะ


                                                                                    ชูนิ้วชี้ 1 นิ้ว (ดราม่าหนัก)

ชูนิ้วชี้ 1 นิ้ว   : ดังมากโอลิมปิคล่ะ เกือบได้เป็นคู่กรณีบรรลือโลกระหว่างนักว่ายน้ำ เมกากับรันเซียเพราะเจ้านิ้วนี้ล่ะ

                        ความหมายคือ ฉันเหนือกว่า ชั้นเป็นหนึ่ง ชั้นเป็นเจ้านาย ออกคำสั่งได้ แต่ถ้าไปยกนิ้วนี้แถวฝั่งอาหรับ ก็อาจจะมีเรื่องได้ทันทีเหมือนกัน เพราะความหมายคล้ายๆกับนิ้วกลางอีกนั่นล่ะ



ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลาง 2 นิ้ว : (แบบหงายฝ่ามือออก) เรียกว่า ” V (Victory) Sign เป็นสัญลักษณ์การให้กำลังใจ

                               เพื่อให้ได้ชัยชนะ  หรือชูเมื่อได้รับชัยชนะ ในญี่ปุ่น ชูเพื่อ ต้องการสันติภาพส่วนพี่ไทยเรา ชูเมื่อถ่ายรูป แอ๊ปแบ๊ว และเป็นท่ามาตรฐาน แต่อย่าหันฝ่ามือนะคะ ความหมายเปลี่ยนเลยหมายถึงมีเซ็กกับฉันไหม  
รอต่อตอน 2 นะคะ เรื่อง ชูนิ้ว มีอีกเยอะ 

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559

วิธีปูผ้าปูที่นอนแบบง่ายๆ

ขั้นตอนการปูเตียง
  1. ดึงผ้าปูที่นอนออกทีละชิ้น และตรวจดูว่ามีสิ่งของของแขกลืมไว้
  2. จัดผ้ารองกันเปื้อนที่นอน หากสกปรกต้องเปลี่ยน
  3. วางผ้าปูที่นอนผืนที่หนึ่งลงบนที่นอน วางให้ตะเข็บผ้าคว่ําลง ให้รอยพับอยู่กึ่งกลาง เก็บชายผ้าทั้งสี่ด้าน
  4. วางผ้าปูที่นอนที่สองบนที่นอน โดยให้หงายตะเข็บขึ้น ให้รอยพับอยู่กี่งกลางที่นอนและดึงชายผ้าปูที่นอน ด้านหัว เตียงเกินมาประมาณ 4 นิ้ว
  5. เก็บมุมผ้าปลายเตียงทั้งสองด้าน
  6. วางผ้าห่มเสมอบริเวณหัวเตียง ด้านสีเข้มคว่ําลงและตราสินค้าอยู่ด้านปลายเตียง
  7. วางผ้าปูผืนที่สามเสมอหัวเตียง ให้รอยพับอยู่กึ่งกลางที่นอน จับผ้าปูที่นอนและผ้าห่มเข้าด้วยกัน และสอดเก็บที่มุม ปลายเตียง
  8. ตลบชายผ้าปูที่นอนผืนที่สองกลับมาที่ด้านบนของที่นอน
  9. พับผ้าปูที่นอนผืนที่สองและผ้าห่มด้านบนลงมา ให้เหลือที่สําหรับวางหมอน
  10. เก็บชายผ้าด้านข้างทั้งหมด
  11. ใส่ปลอกหมอน
  12. วางหมอนด้านหัวเตียง โดยให้ปากปลอกหมอนคว่ําลง
  13. คลุมเตียงตามมาตรฐานโรงแรม

วิธีการเก็บมุมและชายผ้า
ยกปลายผ้าประมาณ 10 นิ้ว บริเวณด้านข้างเตียง
-สอดมุมผ้าที่เหลือเข้าใต้ที่นอน
-ปล่อยชายผ้าลง
-สอดผ้าที่ปล่อยลงมา ทําเป็นมุม 45 ° หรือ 90 ° แล้วสอดผ้1

หรือจะทำตามแบบคลิบวีดีโอนี้ก็ไม่แปลกค่ะ
Line id : mydreambedding 
ผู้ผลิตชุดเครื่องนอนโรงแรมทุกชนิด


by mydream


วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2559

หัวหน้างานที่ดี เป็นไงบ้างนะ

ตรวจสอบตัวเอง เรามีข้อเหล่านี้บ้างป่าว 

ไม่ตบหัวแล้วลูบหลัง..ต้องมีทัศนคติที่ดี..ต้องปรับปรุงตัว..
-ช่วงงานน้อยอย่าลาบ่อย อยู่ให้กำลังใจลูกทีม 
-อย่าชิงดีชิงเด่น หัวหน้าเป็นแค่หัวโขน อย่าทะนงตัว 
 "เหมือนต้นไม้ ต้องมีใบอ่อน ใบแก่ ใบหนอนกิน จำเป็นต้องอยู่ในต้นเดียวกัน" 
หัวหน้า เป็นคนมีเกียรติ ต้องคุมคน อย่าอยู่ให้คนกลัว อย่านั่งบนไหล่คน ให้นั่งในใจ 
        -มีความเห็นอกเห็นใจ เรามีลูกน้อง เราถึงเป็นหัวหน้า ต้องเห็นอกเห็นใจคนอื่น
สอนลูกน้อง อย่าบอกว่าเวทีนี้ไม่มีพี่เลี้ยงไม่ได้.
-อย่ามองคนด้านเดียว และการที่จะเอาคนออก.อย่ามองเค้าด้านเดียว 
มองด้านดีด้านอื่นของเค้าด้วย
       อย่าเอาเค้าออกเพราะคุณมีอำนาจ เค้ามีคนที่ต้องรับผิดชอบ
 อย่าทำนะ บาปกรรมมีจริง..

ให้กำลังใจกันทุกวันนะ 

 #ครอบครัวมายดรีม


วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2559

WHAT DO YOUR DREAMS MEAN?

WHAT DO YOUR DREAMS MEAN?
1. เรามักจะฝันถึงเรื่องที่ไม่สามารถเป็นจริงได้ 

ซิกมันด์ ฟรอยด์ จิตแพทย์ชาวเยอรมัน ผู้เป็นบิดาแห่งจิตวิทยา เชื่อว่า ความฝันเป็นความปรารถนาลึก ๆ ภายในจิตใจของมนุษย์ มักจะเกิดขึ้นเป็นเรื่องราวที่คนเราอยากจะทำเป็นอย่างมาก แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่สามารถทำได้ เช่น เรื่องความรุนแรงทางเพศ หรือการคุกคามทางเพศ เป็นต้น ดังนั้น จิตใต้สำนึกจึงเก็บรวบรวมความปรารถนาเหล่านี้เอาไว้ และแสดงออกมาในรูปแแบบของจินตนาการในความฝันขณะนอนหลับแทน

2. เราสามารถเปลี่ยนแปลงความฝัน 

ได้นักจิตวิทยากล่าวว่า คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงฝันร้ายของตัวเองได้ โดยการเขียนเรื่องราวขึ้นมาใหม่ คล้าย ๆ การสะกดจิตตัวเอง ด้วยการบอกกับตัวเองตอนสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายว่า เรื่องน่ากลัวที่เพิ่งเจอมานั้นเป็นเพียงแค่ความฝัน และหลังจากที่ปลอบใจตัวเองเสร็จแล้วก็จะนอนหลับต่อ ซึ่งระยะเวลาที่นอนหลับต่อจากนี้ จิตใต้สำนึกก็จะสั่งให้สมองดึงความทรงจำของฝันร้ายก่อนหน้านี้มาเรียบเรียงเรื่องราวใหม่ ซึ่งก็มีคนไข้หลายคนที่เคยผ่านประสบการณ์นี้


3. สมองของเราทำงานหนักตลอดแม้กระทั่งตอนหลับและฝัน

          ในช่วงการนอนหลับแบบ REM ไม่ใช่ช่วงเวลาที่สมองจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่เป็นช่วงเวลาที่สมองจะถูกกระตุ้นให้ทำงานหนักอย่างคาดไม่ถึงด้วยจินตนาการของความฝัน ซึ่งก็จะทำให้เราฝันไร้สาระในเวลาต่อมา เพราะเมื่อเราหลับ สมองก็จะทำงานผ่านภาพความฝัน พอสะดุ้งตื่น สมองก็ต้องประมวลเหตุการณ์และคัดกรองความฝันและความจริงออกจากกัน และเมื่อร่างกายหลับต่อ สมองก็จะทำงานผ่านภาพความฝันอีกรอบนั่นเอง

4. ไม่ง่ายที่สมองจะแยกแยะระหว่างความฝันกับความจริง

          หลายครั้งที่ความรู้สึกของเราก้ำกึ่งระหว่างความฝันกับความจริง ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ได้อธิบายว่า สมองของเราจะเรียงลำดับความคิดเหมือนสเกลตาชั่ง ที่จะนับถอยหลังเรื่อย ๆ จนกว่าเราจะตื่นในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่ถ้าหากมีความฝันเกิดขึ้น ก็จะขัดจังหวะการเรียบเรียงข้อมูลของสมอง จึงอาจจะทำให้เราสับสนระหว่างความจริงกับความฝันในชั่วขณะเมื่อรู้สึกตัวตื่นใหม่ ๆ แต่พอตั้งสติดี ๆ หรือตื่นเต็มตา สมองก็จะสามารถแยกแยะข้อมูลได้เอง

 5. ความฝันช่วยให้กระตุ้นระบบความจำ
          จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ได้ทดสอบนักเรียนจำนวนหนึ่งให้จดจำเส้นทางผ่านระบบ 3D และให้งีบหลับประมาณ 90 นาที พร้อม ๆ กับกลุ่มนักเรียนที่ไม่ได้จดจำเส้นทางผ่านระบบ 3D และพบว่า กลุ่มที่หลับไปทั้ง ๆ ที่หูยังได้ยินเสียงบรรยายอยู่ จะสามารถจดจำเส้นทางได้ดีกว่ากลุ่มนักเรียนที่งีบหลับแบบไร้เสียงรบกวน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็ได้อธิบายว่า ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะสมองของคนเรามีความสามารถในการจดจำเรื่องราวที่เป็นรูปภาพได้ดีมากกว่าเรื่องราวในแบบอื่นนั่นเองค่ะ

6. ความฝันไม่สามารถทำนายอนาคตได้

          เมื่อเราฝันดี ก็เป็นธรรมดาที่เราอยากจะให้ฝันเป็นจริง แต่ในความเป็นจริงก็เป็นไปได้ยาก โดยจิตแพทย์ก็อธิบายเพิ่มเติมว่า โดยปกติแล้วที่เราฝันดี ก็เกิดจากความต้องการลึก ๆ ภายในใจ สั่งให้จิตสำนึกและสมองจินตนาการเป็นภาพฝัน ซึ่งทำให้ความฝันมีเค้าโครงเรื่องราวของความจริงผสมอยู่ด้วย และพอตื่นขึ้นมาเราก็อยากจะให้ความเป็นจริงที่เราปรารถนานั้นกลายเป็นปาฏิหารย์ดั่งความฝันต่างหาก
7. คุณจะสามารถจำความฝันได้ก็ต่อเมื่อสะดุ้งตื่น

          แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาได้กล่าวว่า เราจะสามารถจำเรื่องราวในความฝันได้ก็ต่อเมื่อเราสะดุ้งตื่นขึ้นมาในระหว่างการนอนหลับและฝัน แต่ถ้าคุณหลับฝันไปเรื่อย ๆ ไม่มีการสะดุ้งตื่น ความฝันเหล่านั้นจะถูกกลืนหายไปในที่สุด พอตื่นขึ้นมาเราก็ลืมเรื่องที่ฝันไปนั่นเอง


8. ความฝันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งคืน

          หลายคนมักจะเข้าใจผิดว่า ความฝันมักจะเกิดในช่วงที่เราเริ่ม ๆ จะเคลิ้มหลับ จนไปถึงระยะหลับลึก หรือช่วงที่เรียกกันว่า การนอนหลับ REM (Rapid Eye Movement) ซึ่งเมื่อตื่นมาเราก็จะสามารถจดจำเรื่องราวที่ฝันได้อย่างชัดเจนมากที่สุด และส่วนมากมักจะเป็นความฝันที่ไม่เป็นเรื่องราวสักเท่าไร เช่น ฝันว่าได้กระโดดออกจากเครื่องบิน และเหาะเหินเดินโอกาสได้ เป็นต้น แต่ฝันในช่วง 3 ใน 4 ของการนอนหลับ มักจะเป็นเรื่องที่มาจากจิตใต้สำนึก และมีความเป็นจริงผสมรวมอยู่ด้วย

 



9. อาหารรสจัดจะทำให้เราจำความฝันได้มากขึ้น
          เมื่อเรารับประทานอาหารรสจัด เราจะนอนหลับได้ไม่สนิทเท่าที่ควร ดังนั้นหากเราฝัน เราก็จะมีโอกาสสะดุ้งตื่นได้มากขึ้น ทำให้สามารถจดจำความฝันได้ แต่ถ้ารับประทานอิ่มจัด จิตแพทย์ก็อธิบายว่า เราจะจดจำความฝันได้แวบ ๆ เหมือนการเรียกคืนความทรงจำมากกว่า เพราะเมื่อร่างกายได้รับสารอาหารอย่างพอเพียง ก็จะทำให้หลับลึก แต่ถ้าอิ่มเกินไป ก็อาจจะสะดุ้งตื่นช่วงสั้น ๆ บ้าง แต่ถ้าหากสะดุ้งตื่นไม่ถึง 2 นาที ก็อาจจะจำความฝันไม่ได้ เนื่องจากสมองของเราไม่สามารถดึงความทรงจำในระยะสั้น ๆ ออกมาจากความทรงจำระยะยาวในสมองได้

10. ไม่มีใครรู้สาเหตุจริง ๆ ของความฝัน

          ความฝันดูเหมือนจะเป็นเรื่องพิศวงที่คงต้องค้นหาสาเหตุกันต่อไปไม่รู้จบ เนื่องจากไม่มีใครที่สามารถอธิบายสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เราฝันได้อย่างชัดเจนเลยแม้แต่คนนเดียว แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องการนอนหลับพยายามจะอธิบายสาเหตุของความฝันด้วยการคาดเดาที่ว่า ความฝันเป็นส่วนหนึ่งของจิตใต้สำนึก และเป็นกระบวนการทบทวนเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราในแต่ละวัน นอกจากนี้เขายังมีความคิดว่า ความฝันเป็นเสมือนกระบวนการช่วยคัดกรองความคิด และจิตใต้สำนึกของคนเรา ซึ่งก็มีหลายคนที่ค้นพบวิธีแก้ปัญหาชีวิตจากความฝันอีกด้วย

ท้ายสุดแล้ว ความฝันทั้งหลายเป็นเพียงสิ่งที่มาเพียงชั่วคราว แต่ในความเป็นจริง ที่สิ่งที่เราต้องเจอในชีวิตประจำวันและทำให้ดีที่สุดนั่นเอง

มายดรีม
17/06/59