วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ซักผ้าอย่างไรให้ขาวจ๊วะ

ผ้าเหลือง ซักอย่างไรให้ขาว

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำให้ผ้าขาวเป็นเหลือง

 ใช้นำประปาซัก ซึ่งบางครั้งน้ำประปาจะมีความเป็นกรดด่างไม่แน่นอน ซึ่งจะมีผลในการทำปฏิกิริยากับน้ำยาหรือผงซักฟอกได้ โดยทั่วไปร้านซักรีดมืออาชีพจะมีการตรวจค่า ph ของน้ำก่อนนำมาซักทุกครั้ง หากไม่ใช่ร้านซักรีดใหญ่ๆก็อาจจะแก้โดยสำรองน้ำประปาไว้ในถังเก็บน้ำให้พัก ตัวเพื่อลดคลอรีน หรือทำให้ค่า ph เป็นกลางก่อนนำมาซัก หากเป็นน้ำบาดาลทำก็เหมือนกัน เพราะบางครั้งน้ำบาดาลจะมีสารสนิม หรือตะกอนเยอะโดยที่ตาเรามองไม่เห็น

1. การใช้น้ำยาให้ถูกกับผ้า เช่นหากซักเครื่องก็ต้องเลือกผงซักฟอกหรือน้ำยาที่ใช้สำหรับซักเครื่องเท่า นั้น รวมทั้งการใช้ปริมาณที่เหมาะสมด้วย โดยคำนึงไว้เสมอว่าในการให้ผ้าสะอาดใช่ว่าจะต้องใส่น้ำยาหรือผงซักฟอกเยอะ เสมอไป (นิสัยคนไทยชอบแถมบางครั้งให้ใส่ช้อนเดียวแต่ปาไปช้อนพูนๆ) เพราะบางครั้งหากใส่เยอะไปคราบน้ำยาหรือผลซักฟอกยังติดอยู่ที่เสื้อผ้า เวลาโดนแดนก็อาจจะเกิดปฏิกิริยาทำให้เหลืองได้เช่นกัน

2. การทำให้แห้ง หากใช้การอบแห้งปัญหาที่ผ้าจะเหลืองจะน้อยกว่าการทำให้แห้งด้วยการผึ่งลม หรือตากแดด เพราะการตากแดดจะมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องความร้อน และหากมีน้ำยาหรือผลซักฟอกที่ล่างไม่หมดก็จะมีโอกาสเกิดปฏิกิริยาทางเคมีได้ วิธีป้องกันคือการผึ่งลมโดยไม่นำไปออกแดดโดยตรง

3. วิธีการซัก ไม่ควรรวมกับกับผ้าอื่นๆ หรือสีอื่นๆ เพราะสีอาจจะตกใส่ได้ แม้ว่าไม่ได้เป็นการตกใส่จนเห็นสีแต่จะมีผลทำให้ผ้าหมองได้ รวมทั้งหากใช้เครื่องซักผ้าที่มีปุ่มเลือกน้ำร้อนหนือน้ำเย็น พยายามเลือกน้ำธรรมดาไว้ก่อน แม้ว่าการซักด้วยน้ำอุ่นจะทำให้คราบออกง่ายกว่าก็ตาม เพราะจะต้องสัมพันธ์กับประเภทน้ำยาซักที่ใช้ด้วย

4. วิธีการแก้ผ้าเหลืองที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันคือ ซักใหม่อีกรอบโดยใช้คำแนะนำในข้อ 1-4 มาใช้ประกอบ แต่ในครั้งนี้จะต้องใช้น้ำยาฟอกขาวเข้ามาช่วย หากเป็นไปได้ให้เลี่ยงผลซักฟอกในขั้นตอนนี้ อาจจะแก้ได้ในระดับหนึ่ง

5. ส่วนผ้าปูที่นอนสปา ขอแนะนำให้แยกซัก ไม่งั้นสีจะไปตกใส่ผ้าขาวได้ และปกติของผ้าสปาจะมีกลิ่นยาหม่อง หรือกลิ่นน้ำมันอโรม่าอยู่แล้ว ซึ่งก่อนการซัก ให้เอาแป้งฝุ่นโรยทิ้งไว้ก่อนจะแช่ผ้าทิ้งไว้ซักพัก หากเครื่องซักมีระบบ pre-wash ก็ควรใช้ด้วย และเลือกน้ำยาซักที่มีส่วนผสมของกลิ่นนน้ำหอมจะสามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง และหากซักในน้ำอุ่นได้จะดีมากๆ เพราะพวกน้ำมันอโรม่าจะสลายตัวได้ดีกว่าในน้ำอุ่น และขั้นตอนสุดท้ายอย่าลืมเติมน้ำยาปรับผ้านุ่มเพื่อให้กลิ่นหอมฟุ้งได้เลยนะ แช่ อ๊อกซิแม็ก 1 วัน ออกหมด แล้วก้อแช่ ไฮยีนผ้าขาวอีก 5 ชม ขาวจับใจเลยค่ะ ลองมาแล้ว ทุกอย่างต้องใช้เวลาค่ะ

6.ส่วนคราบน้ำมัน ใช้แป้งฝุ่นโรยที่คราบน้ำมันก่อนการซักด้วยซันไล ผสม ผงซักฟอก จะค่อนข้างได้ผลค่ะ ลูกค้าเจอปัญหาบ่อยเลยลองทำดูประกอบกับมีผู้รู้แนะนำทางอินเตอร์เน็ต เลยต้องหาทางแก้ทุกวิธีทาง(อย่าใช้ไฮเตอร์นะผ้าจะเหลือง ไฮยีนขวดสีขาวจร้า)ได้ผลหรือเปล่ามาโพสบอกด้วยนะคะ
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลดีๆที่แนะนำกันมาค่ะ

mydreambedding

วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

เส้นทางแห่งไหม2


Posted by Picasa

เส้นทางแห่งไหม

Posted by Picasa

วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553

บัว

บัว

บัวมีมาตั้งแต่ สมัยพุทธกาล ซึ่งมีตำนานกล่าวว่า หมอ ชีวกโกมารภัจจ์ ได้ปรุงยาจากดอกบัว ถวายแด่ องค์สมเด็จพระพุทธเจ้า แก้อาการอ่อนเพลีย ถือว่าดอกบัวเป็น ดอกไม้ประจำประสูติ ปริ นิพาน เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้า ได้ทรงตรัสรู้แล้ว แต่เนื่องจากพระธรรมที่พระองค์ทรงบรรลุนั้นมีความละเอียดอ่อน สุขุม ยากต่อบุคคล จะรู้ เข้าใจและปฏิบัติได้ เมื่อพระพุทธองทรงพิจารณาอย่างลึกซึ้ง แล้วทรงเห็นว่าบุคคลในโลกนี้มีหลายจำพวก บางพวกสอนได้ บางพวกสอนไม่ได้ เปรียบเสมือนบัว สี่เหล่า คือบัวในโคลนตม บัวใต้น้ำ บัวปิ่มน้ำ และบัวเหนือน้ำ
บัว พันธุ์ไม้น้ำที่ถือกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ผุดผ่องและคุณงาม ความดี บัวเป็นพันธุ์ไม้น้ำที่ดูสง่างาม ดอกมีขนาดใหญ่ มีสีสันสวยงาม เด่นสะดุดตาสะดุดใจแก่ผู้พบเห็น บางชนิดมีกลิ่นหอมน่าชื่นชม ด้วยเหตุนี้เองบัวจึงได้รับสมญาว่า "ราชินีแห่งไม้น้ำ"คนไทยส่วนใหญ่มักจะใช้ดอกบัว ในการบูชาพระอยู่เสมอ แต่บัวที่เรานิยมปลูกไว้ภายในบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล คือ บัวหลวง บัวผัน บัวฝรั่ง บัวสาย และบัวกระด้ง ความเชื่อในทางพุทธศาสนา ตั้งแต่สมัยโบราณว่า ดอกบัวเปรียบเสมือนกับคนเรานี้เอง ดอกบัวที่ชูดอกพ้นจากผิวน้ำขึ้นมารับแสงสว่างได้นั้น ก็เหมือนกับ ผู้ที่หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง กลายเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม ซึ่งถือเป็นความหมายอันลึกซึ้ง และเป็นมงคลยิ่งนัก
คนโบราณจึงมึความเชื่อว่า ครอบครัวใดที่ปลูกบัวเอาไว้ประจำบ้าน ก็จะช่วยให้คนครอบครัวนั้น มีจิตใจที่บริสุทธิ์ สะอาด และเบิกบานแจ่มใส เช่นเดียวกับดอกบัว และยังเชื่ออีกว่า สายใยของบัวที่ยืดยาวนั้น คือสายสัมพันธ์ของครอบครัว จะทำให้ทุกคนมีความห่วงใยรักใคร่ และผูกพันต่อกันอย่างแนบแน่น ครอบครัวนั้น ก็จะมีแต่ความสุข เพราะความรักใคร่ปรองดองของคนในครอบครัวทุกคน
ควรปลูกต้นบัวในปี จอ เพราะต้นบัวนั้น เป็นต้นไม้ประจำปีของคนเกิดปีจอ หากผู้ที่เกิดปีจอเป็นผู้ปลูก และมีผู้ที่เกิดปีเดียวกันอาศัยอยู่ภายในบ้าน ก็จะช่วยเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้มากยิ่งขึ้นไปอีก (ถ้าไม่มีผู้ที่เกิดปีจอ ก็ควรให้หัวหน้าครอบครัวเป็นผู้ปลูกก็ได้)
บัว เป็นพืช น้ำล้มลุก ลักษณะลำต้นมีทั้งที่เป็นเหง้า ไหล หรือหัว ใบเป็นใบ เดี่ยวเจริญขึ้นจากลำต้น โดยมีก้านใบส่งขึ้นมาเจริญที่ใต้น้ำ ผิวน้ำหรือเหนือน้ำ รูปร่างของใบส่วนใหญ่กลมมีหลายแบบ บางชนิดมีก้านใบบัว บัวเป็นราชินีแห่งไม้น้ำ จัดเป็นพันธุ์ไม้น้ำที่ถือเป็นสัญญลักษณ์ของคุณงามความดี บัวหลวงชอบขึ้นในน้ำจืดออกดอกตลอดปี ชอบน้ำสะอาด อยู่ในน้ำลึกพอสมควร ถิ่นกำเนิดของบัวอยู่ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ จะเริ่มบานตั้งแต่ตอนเช้า ก้านดอกยาวมีหนามเหมือนก้านใบ ชูดอกเหนือน้ำ และชูสูงกว่าใบเล็กน้อย กลีบเลี้ยง 4-5 กลีบ สีขาวอมเขียวหรือสีเทาชมพู ร่วงง่าย กลีบดอกจำนวนมากเรียงซ้อนหลายชั้น เกสรตัวผู้มีจำนวนหลายสี
บัว เป็นพืชน้ำชนิดหนึ่งอยู่ในวงศ์ Nymphaeaceae จัดเป็นพืชน้ำล้มลุกที่มีอายุหลายปี พบได้ทั่วไปทั้งในเขตร้อน เขตอบอุ่นและเขตหนาว จำแนกถิ่นกำเนิดและการเจริญเติบโตได้ 2 จำพวกคือ

1. บัวที่เกิดและเจริญเติบโตในเขตอบอุ่นและเขตหนาว (Subtropical and Temperate Zones) เช่น ยุโรป อเมริกาเหนือ ภาคใต้ของอเมริกาใต้ ตอนเหนือของอินเดีย จีนและออสเตรเลีย บัวประเภทนี้มีเหง้าสะสมอาหารอยู่ในดิน เมื่อถึงฤดูหนาวผิวหน้าของน้ำเป็นแผ่นน้ำแข็ง จะทิ้งใบและอาศัยอาหารในเหง้าเลี้ยงตัวเอง เมื่อเข้าฤดูใบไม้ผลิน้ำแข็งละลายหมดก็จะเจริญแตกหน่อต้นใหม่ และจะเจริญเติบโตออกดอกออกผลหมุนเวียนอยู่เช่นนี้เรื่อยไป เรียกบัวประเภทนี้ว่า Hardy Type หรือ Hardy Waterlily นักพฤกษศาสตร์จัดให้บัวประเภทนี้อยู่ในกลุ่ม Castalia Group หรือ อุบลชาติประเภทยืนต้น

2. บัวที่เกิดและเจริญเติบโตในเขตร้อน (Tropical Zones) เช่น ทวีปเอเซียตอนกลางและตอนใต้ อาฟริกา ออสเตรเลียตอนเหนือ อเมริกากลางและอเมริกาใต้ บัวประเภทนี้กำเนิดและเจริญเติบโตได้ในเขตร้อนเขตเดียว ถ้านำไปปลูกในเขตอบอุ่นหรือเขตหนาว เมื่อเข้าฤดูหนาวผิวหน้าของน้ำเป็นน้ำแข็งทำให้บัวประเภทนี้ต้องตายไป จึงเรียกบัวประเภทนี้ว่า Tropical Type หรือ Tropical Waterlily นักพฤกษศาสตร์จัดให้บัวประเภทนี้อยู่ในกลุ่ม Lotus Group หรือ อุบลชาติประเภทล้มลุก
ทราบประวัิติที่มากันหอมปากหอมคอกันแล้ว ก็มาชมภาำพ ดอกบัวกันค่ะ

เพ็ชร/ปวลีย์รัตน์
17/06/2010

วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เคล็ดลับเติม ความอบอุ่นใน ห้องนอน




ดีไซเนอร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับเห็นพ้องต้องกันว่า ห้องนอน ควรเป็นเสมือนที่ลี้ภัยอันสงบสุข ซึ่งเหมาะแก่การนอนและผ่อนคลาย และนี่คือเคล็ดลับในการทำให้ ห้องนอน เป็นสวนสวรรค์อันสงบสุข

* กำจัดความรกรุงรัง เมื่อคุณเดินเข้าไปใน ห้องนอน ทุกอย่างดูรกตาไปหมดหรือเปล่า ไม่ว่าคุณจะมีของตกแต่งที่มากเกินไปบนผนัง ห้องนอน ของกระจุกกระจิกที่โต๊ะเครื่องแป้ง หรือเสื้อผ้าสกปรกกองบนพื้น ยิ่งคุณมีของมากเท่าไหร่ ห้องนอน ก็จะยิ่งดูเล็กลงเท่านั้น พยายามจัดระเบียบและเก็บข้าวของให้พ้นสายตาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่อย่ายัดของทั้งหมดเข้าไปใต้เตียง ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยเตือนว่า ของที่เก็บไว้ใต้เตียงจะขัดขวางการไหลของพลังงาน และส่งผลต่อการพักผ่อนของคุณ

* เก็บ ห้องไว้เพื่อการนอนเท่านั้น บ้านของเราก็มักจะวุ่นวายพอๆ กับชีวิตของเรานั่นแหละ และบ่อยครั้งที่ ห้องนอน ก็มักจะต้องทำหน้าที่เป็นห้องทำงานไปด้วย แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและการนอนหลับบอกว่า คุณควรเอาคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์การทำงานออกไปจาก ห้องนอน โต๊ะทำงานและคอมพิวเตอร์จะทำให้จุดประสงค์ของ ห้องนอน เบี่ยงเบนไป แต่ถ้าคุณไม่มีที่จะวางคอมพิวเตอร์จริงๆ ลองวางมันไว้ในตำแหน่งที่คุณจะไม่เห็นมันเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนหลับตา หรือสิ่งแรกที่เห็นเมื่อลืมตาตื่นในตอนเช้า

* การตกแต่งควรเรียบง่ายและ ผ่อนคลาย ห้องนอน ไม่ใช่ที่สำหรับทดลองการใช้เทรนด์แปลกๆ เปรี้ยวๆ ไม่ว่ามันจะทันสมัยยังไงก็ตาม การสร้างความรู้สึกสงบและผ่อนคลายควรเป็นหัวใจสำคัญอย่างแรกของการตกแต่ง ห้องนอน ยึดโทนสี เท็กซ์เจอร์ และของตกแต่งที่จะให้ความรู้สึกผ่อนคลายในแบบที่คุณชอบ

* ทุ่มทุนในเรื่องของผ้าปู ที่นอน ผิวของคุณจะต้องสัมผัสกับผ้าปูที่นอนเป็นเวลาหกถึงแปดชั่วโมงในแต่ละคืน และคุณจะต้องเห็นผ้าปูที่นอนและเครื่องนอนทุกครั้งที่เข้ามาใน ห้องนอน ผ้าปูที่นอนจึงควรปรนเปรอทั้งผิวกายและสายตาของคุณ ผ้าปูที่นอนดีๆ ยังสามารถทำให้ ห้องนอน ที่แสนเรียบง่ายดูดีขึ้นมาในทันทีอีกด้วย

Posted in เทคโนโลยี โดย supapornss.

วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การเดินทาง เพี่ือค้นหาตนเอง





ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และมี หลายสิ่งหลายเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างคาดไม่ถึง ทั้งนี้โลกจะจัดความสมดุลให้เกิดขึ้นเสมอ
.. เฉกเช่นเดียวกับชีวิตๆนึง ที่ผ่านการเดินทางไปในทุกภาค ในพี้ืนที่ หลากหลายเพื่อเสาะหาความสำเร็จในการดำเนินชีวิต หน้าที่การงาน การประกอบอาชีพ เพี่ือเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ของคนในครอบครัว แม้จะเหนี่อยยากที่ต้องดิ้นรนเดินทางไปในที่ที่ไม่เคยคุ้น แต่มันคือความรับผิดชอบ ภาระหน้าที่ที่ต้องดำเนินต่อตามความจำเป็นของชีวิต และจากกาารเดินทางไปในที่เหล่านี้ได้มองเห็นสิ่งดีๆมีคุณค่า ที่คอยเติมใจที่เหน็ดเหนี่ย เมี่อยล้า จากการเดินทางของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสถานที่สวยงาม ความเงียบสงบของธรรมชาติ ป่าเขา ความมีน้ำใจของคนชนบท ความเรียบง่ายของการใช้ชีวิต และความพอใจ ที่ได้ไปทำงานที่ตนเองถนัดและชอบ

แต่การดิ้นรนก็ไม่สิ้นสุด ไ้ด้มาแล้วก็หมดไป ก็ต้องเริ่มใหม่ เจอปัญหาใหม่ๆ หลายสิ่งที่ดูเหมือนรู้ แต่แท้จริงก็ไม่รู้ ว่าจริงๆแล้ว งที่เราดั้นด้นค้นหา และดิ้นรนไปทั้งหมดนั้นทำไปเพี่ืออะไร ทำแล้วได้อะไร มีอะไรที่คงสภาพคงทนบ้างไหม....สุดท้ายก็สุญเปล่า ไม่มีอะไรคงอยู่เลย ได้มาก็จากไป สลายไป เสื่ือมไป การที่ต้องดิ้นรนไปในที่ไกลๆก็เพี่ือที่จะหนีตนเอง และ สนองความอยากของตนเองเท่านั้น อยากมี อยากได้ อยากเป็น เพี่ือสนองความอยากอีกสารพัดเท่าที่จะนึกได้ แต่ในท่ามกลางความสับสน นี้.....เมื่อได้ย้อนกลับมามองตัวเอง

มีสิ่งนึง ที่เพิ่งเข้าใจและยอมรับมันได้ นั่นคือได้รู้จักตัวเราดีขึ้น เข้าใจความเป็นจริงของโลก ของชีวิต รู้ถึงความสงบ ความเงียบ ความโลภ ความพอ และการสูญเสีย ไม่มีอะไรที่ยั่งยืน ไม่มีอะไรที่คงทน ไม่มีอะไรเข้มแข็ง..นอกจาก..ใจ ใจของเราเท่านั้น ถ้ามีสติรับรู้คอยกำหนดอยู่..
สติปฏฐาน4 สติรู้ทันจิต เมี่ือเรารู้ทันจิต ใช้ปัญญานำความคิดก็เ้ปลี่ยนชีวิตก็เปลี่ยน เข้าใจตนเองมากขึ้น รู้จักตนเองมากขึ้นมองคนอื่นด้วยความเมตตาเพราะัเราเข้าใจคนอื่นมากขึ้น เริ่มที่จะโลภน้อยลง โกรธน้อยลง พยายามไม่ใช้อารมณ์มาเป็นตัววัดในการตัดสินใจ มีเหตุผล กล้ารับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองทำ และ พร้อมที่จะอภัยในความผิดพลาดของคนอื่น เริ่มชินกับความสงบ ความเข้มแข็งทางจิตใจเพิ่มขึ้นจากการเพียรปฏิบัติตามสติให้ทันตนเอง


กับ ตัวเราในวัันนี้ มีหลายสิ่งที่เปลี่ยนไป ต้องขอบคุณตนเองที่เปิดโอกาสใ้้ห้กับชีวิต ได้พบสิ่งดีๆในชีวิต ไม่ยึดติด เปิดใจให้มีสติ มีกัลยาณมิตรที่ดี มีครูที่แนะนำทางที่ถูกต้องให้ได้เดินไปด้วยความมั่นคง ไม่หลงทาง

มันเพิ่งเป็นทางที่เราเริ่มเดินเท่านั้น ยังมีสิ่งที่คอยทดสอบเราอยู่เสมอในระหว่างการเดิืนทาง ..แต่เราจะพยายามก้าวเดินต่อไปกับสติทีี่่อยู่คู่กับใจเสมอ.....

ขอขอบคุณ ในเมตตาจิต
หลวงพ่อวรรณ วัดไผ่ขวาง
พระอาจารย์สิทธิโชค
พระมหาดอกเตอร์อำนวย
และ กัลยาณมิตรที่ดี
คือ... บรรดาครูผู้ชี้ให้เห็นทางธรรม

เพ็ชรปวลีย์/9/05/10

วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

How to make a bed using hospital corners

1. Spread the flat sheet out on the mattress that already has the fitted sheet on the bottom and center it. Place the top end of the sheet about 1 inch from the edge of the mattress at the head of the bed.
2. Lift the mattress and pull the top sheet snugly under the mattress.

Do this at both sides of the bed so that the top sheet is firmly tucked under the mattress at the foot of the bed.
3. "Eyeball" a line from the corner of the mattress to the side edge of the sheet that is hanging down.

This imaginary line should be at about a 45 degree angle.
how to make a bed
4. Using this imaginary line pick up the edge of the sheet at the "sweet spot".

This will be the only spot where you pick up the sheet from now on.
hospital corners
5. Fold the sheet back over the mattress.
It helps if you put your free hand on the edge of the mattress and fold the sheet over it
hospital corners
6. Tuck in the sheet on the side of the bed that is hanging below the mattress. It should look like a little triangle and that is what gets tucked under the mattress.
hospital corners
7. Pick up the edge of the sheet again, right on the "sweet spot".

Put your free hand on the side of the mattress this time.

Bring the sheet down over your hand.
hospital corners
See the nice corner you have created?
hospital corners

If you want to use a blanket on the bed, you can put the blanket on top of the sheet and then treat the two layers as one and proceed to make the hospital corner starting from step one.

If you have ever wondered how to make a bed using hospital corners, wonder no more!

Now you know the hospital bedmaking technique!

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

วิธีดูแลผ้าไหม


การดูแลรักษาผ้าไหม
มีผู้คนจำนวนไม่น้อยยังมีความเข้าใจว่า ผ้าไหมนอกจากราคาแพงแล้วยังดูแลรักษายาก ไม่สามารถซักแบบธรรมดาได้ ต้องส่งไปร้านซักแห้ง ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง จึงไม่ค่อยนิยมใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ในความจริงแล้วผ้าไหมนั้นดูแลรักษาง่าย สามารถซักโดยวิธีธรรมดาได้

เพียงแต่ เมื่อท่านที่ซื้อมาใหม่ควรจะนำไปแช่น้ำหรืออบไอน้ำ เพื่อให้เนื้อผ้ามีความอยู่ตัวก่อนที่จะนำไปตัด เย็บ
เมื่อตัดตามความต้องการเสร็จแล้ว

ขั้นตอนในการซัก
- ควรซักด้วยน้ำยาซักแห้งชนิดอ่อน หรือ น้ำยาสำหรับซักผ้าไหมโดยเฉพาะ
- ควรซักด้วยมือ อย่าให้ผ้าไหมกองหรือพับติดกัน ขยี้และบิดผ้าเบาๆซึ่งจะทำให้ผ้าไหมไม่เสียทรงและยับง่าย
-ไม่ควรแช่ผ้าไหมไว้เป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะผ้าโทนสีเข้มๆ
- เมื่อซักเสร็จแล้วเวลาตากควรสลัดผ้าเพื่อให้ผ้าคลายตัว และนำออกไปตากในที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี หรือมีแดดอ่อนๆ
- ควรหลีกเลี่ยงการตากผ้าไหมในที่มีแดดจัดๆ เพราะจะทำให้สีผ้าไหมซีดได้

ขั้นตอนการรีด
- ก่อนรีดให้ฉีดพรมน้ำยาสำหรับรีดผ้าไหมให้ทั่ว และรีดด้วยความระมัดระวัง
- ใช้ความร้อนตามที่เตารีดแต่ละชนิดกำหนด อุณหภูมิที่เหมาะสมในการรีดผ้าไหม ควรจะอยู่ในระหว่าง 120-140 องศาเซลเซียส - สำหรับผ้าไหมที่พิมพ์ลาย ความร้อนอยู่ในระหว่าง 110- 120 และ ควรมีผ้าฝ้ายเนื้อหนา ทับบนผ้าไหม เพื่อป้องกันการสัมผัสผ้าไหม กับเตารีดโดยตรง อันจะทำให้คุณสมบัติต่างๆของผ้าไหมสูญเสียไปได้

เมื่อซักและรีดเรียบร้อยแล้วก่อนเก็บต้องอยู่ในสภาพเรียบร้อย ไม่ยับ ต้องแห้งและสะอาดอยู่เสมออย่าเก็บในที่มีความชื้นและต้องปราศจากแมลงหรือรา ที่จะทำอันตรายกับผ้าไหม หรืออาจเก็บใส่ถุงที่มีอุณหภูมิต่ำและสะอาด
เพียงเท่านี้ ท่านก็สามารถที่จะ ดูแล และ ถนอมรักษาผ้าที่คุณรักไว้ได้นานและ นำมาใช้ได้อย่างสบายใจ

วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2553

การเลือกผ้าปูที่นอน

ผ้าปูที่นอน

.. เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการพักผ่อนนอนหลับที่มีความสุขอย่างแท้จริง.. 

โดยลักษณะการพักผ่อนที่ดีผ้าปูที่นอนจะต้องตรงกับความต้องการ มีความนุ่มนวล สะอาด 
 เพื่อให้ความผ่อนคลายกับความเมี่อยล้าของร่างกาย  โดยสามารถเลือกตามประเภทของผ้าและเส้นใยที่นิยมนำมาใช้ในการผลิตชุดผ้าปูที่นอน อาทิ..
.
ผ้าปูที่นอน คอตตอน100% เป็นผ้าปูที่นอนที่ผลิตจากผ้าฝ้าย100% จะมีความโปร่งเบาของเส้นใย อากาศผ่านเข้าออกได้สะดวก  สามารถเลือกได้ตามขนาดความนุ่มนวลของเนื้อผ้าเส้นใยที่ใช้ทอ ตั้งแต่ 120 เส้นขึ้นไป มีทั้งชนิดพื้นสีเรียบ และ พื้นขาวเรียบ 

คุณลักษณะที่ดีของเส้นใย มีความนุ่มนวล เย็นสบาย โดยเส้นใยผ้าที่ควรใช้และเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศบ้านเรา คือ  ทอตั้งแต่ 210 - 500 เส้น ต่อตารางนิ้ว

ผ้าปูที่นอนคอตตอนผสม(ผ้าทีซี)

 จะมีส่วนผสมของใยโพลีเอสเตอร์เพี่อให้ง่ายต่อการย้อมสีต่างๆ จะมีความโปร่งน้อยกว่าผ้าคอตตอน100% บางครั้งจะมีการอาการคัน เนีั้ือผ้าไม่ลื่น นอนไม่สบายตัว แต่จะยับน้อยกว่าผ้าคอตต้อน 100 %   ราคาจะถูกกว่า เส้นใยที่เหมาะสมที่ควรใช้ สำหรับการพักผ่อนที่ดี คือ เส้นใยที่ ทอ ตั้งแต่ 210 เส้นขึ้นไป จะนุ่มนวลไกล้เคียงกับผ้าคอตต้อน 100 %


ผ้าปูที่นอน ผ้าไหมviscose
 เป็นผ้าที่ทอจากเส้นใยเซลลูโลสจากธรรมชาติ(ใยไผ่) ใยสังเคราะห์และผ้าคอตตอน ใช้เทคโนโลยีสูงขั้นสูงในการทอ  ทำให้ผ้ามีสีสันสวยงาม มีความนุ่มนวล เย็นสบาย ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเรี่ืองภูมิแพ้ เพราะเส้นใยค่อนข้างละเอียด แต่ราคาค่อนข้างสูง




ผ้าปูที่นอนคอตต้อน100%ทอซาติน 
มีทั้งชนิดทอริ้วและเรียบ
เป็นผ้าปูที่นอนที่ผลิตจากผ้าฝ้าย 100 % ทอหน้ากว้างใช้วิธีการทอแบบซาติน ซึ่งจะทำให้เส้นใยมีความนุ่มลื่ีน ลื่นโดยทอเป็นริ้วลายทางยาว
หรือทอเรียบสวยงาม ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้สำหรับการให้บริการห้องพัก ของ โรงแรม รีสอร์ทโดยเส้นใยทอตั้งแต่ 250 เส้น/ตารางนิ้วขึ้นไป




อย่างไรก็ดี การเลือกผ้าที่ใช้ก็ดูตามสภาพการใช้งาน การดูแล และราคาเป็นหลัก
แล้วจะได้เลือกได้กับการนอนหลับผักผ่อนที่มีความสุข และดีต่อสุขภาพค่ะ

Mydream for Your dream